[SF] Ψ Trick or Treat Ψ [Yunho x Jaejoong]
posted on 30 Oct 2011 22:57 by rainie-raindrops in -Shortfics-The Halloween Project
Title: [SF] Ψ Trick or Treat Ψ
Author: rainie_raindrops
Pairing: Yunho x Jaejoong

Trick or Treat…
เพราะไอ้ประโยคงี่เง่านี่แท้ๆ ถึงทำให้ผมต้องซวยแบบนี้
.
.
Manhattan – Halloween Day, 2010
อากาศในช่วงปลายเดือนตุลาคมค่อนข้างจะเย็น ด้วยเพราะเป็นช่วงที่ฤดูหนาวกำลังจะเข้ามาเยี่ยมเยือน ร่างบอบบางในชุดแต่งกายค่อนข้างมิดชิดหยุดยืนมองหยาดฝนที่อยู่ๆก็เทลงมาแบบไม่ตั้งเนื้อตั้งตัวด้วยใบหน้าเซ็งๆ ก่อนจะกระโดดหนีหยาดน้ำที่สาดกระเซ็นมาจากการที่รถของวัยรุ่นแถวๆนั้นขับปาดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
คนตัวบางสะบัดเรียวขาของตัวเอง ไม่สิ – ต้องบอกว่าสะบัดปลายเท้าตัวเองแรงอย่างฮึดฮัดขัดใจ นัยน์ตากลมโตก้มลงมองด็อคเตอร์ มาร์ตินสีแดงของตัวเองที่โดนน้ำคร่ำข้างทางสาดกระเซ็นใส่แล้วยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
จริงๆคิมแจจุงก็หงุดหงิดทุกอย่างบนโลกอยู่แล้ว!
ยิ่งมองเห็นไอ้บรรดาฟักทองลูกยักษ์ที่ถูกแกะไว้เป็นหน้าคนเพื่อทำเป็นโคมไฟ ที่เค้าเรียกกันว่า ‘Jack-o’-lantern’ เรียงรายอยู่ตามข้างทางเพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน แจจุงก็ยิ่งหงุดหงิด ถึงจะเรียกให้สวยหรูซาบซ่ายังไง แจจุงก็มองว่ามันเป็นแค่หัวฟักทองผีอยู่วันยันค่ำน่ะแหละ
ปลายรองเท้าด็อคเตอร์ มาร์ตินสีแดงยกขึ้นถีบแจ็ค โอ’แลนเทิร์นลูกใกล้ตัวเบาๆ ก่อนที่ฟักทองที่ถูกแกะสลักเป็นหน้าตาของแจ็คจอมตืดตามตำนานโบร่ำโบราณนั้นจะกลิ้งคว่ำไปบนถนนอย่างไร้ทิศทาง ริมฝีปากแดงระเรื่อยิ้มร้าย ก่อนจะก้าวเดินต่อไปด้วยท่าทางไม่สนใจสิ่งใด
ซึ่งถ้าแจจุงจะสนใจสักนิด เขาคงจะได้เห็นว่ามีชายหนุ่มในชุดแต่งกายสีดำสนิทยืนมองการกระทำเหล่านั้นของแจจุงด้วยสายตาตำหนิ แต่นั่นแหละ…บางที…ถึงแม้ว่าแจจุงจะสนใจ แจจุงก็อาจจะมองไม่เห็นชายหนุ่มผู้นี้อยู่ดี
“ทำไมมาสายจังวะ?”
ทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในห้อง…อืม…ควรเรียกมันว่าโกดังร้างจะเหมาะกว่า เสียงทักมาจากมิคกี้ หรือ ปาร์คยูชอน เพื่อนสนิทที่เห็นมันมาตั้งแต่จำความได้ก็ทักขึ้นมาดังๆเล่นเอาแจจุงรู้สึกหงุดหงิดอีกรอบ ผู้มาใหม่ถอดแจ็กเก็ตหนังของตัวเองออก ก่อนจะปามันใส่หน้าเพื่อนสนิทเต็มแรงแบบไม่มีกั๊ก ก่อนจะเดินไปยังตู้เย็นแล้วหยิบน้ำออกมาซดลงคออย่างไม่สนใจเพื่อนที่ยืนมองตาปริบๆ
“ทำเป็นอารมณ์เสีย ทำเป็นมีน้ำโห ทำเป็นหงุดหงิด ชิชะ ชิชะ ชิชะ!”
“หุบปากไปเลยไอ้มิคกี้เม้าส์!”
“เออๆ แม่ง ถามจริงไปกินรังแตนที่ไหนมา กูเลยซวยไง โดนซัดมาเต็มๆ”
ยูชอนบ่น แต่เล่นเอาคนอื่นๆที่นั่งกันอยู่ในโกดังร้างแห่งนี้ฮาครืน เพราะการที่แจจุงจะทำหน้าบึ้งตึงและดูอารมณ์เสียตลอดเวลามันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และยิ่งไปกว่านั้นก็คือคนที่ซวยรองรับอารมณ์ของแจจุงทั้งขึ้นทั้งล่องก็คือปาร์คยูชอนที่เป็นเพื่อนสนิทกันของเจ้าตัวเองนั่นแหละ
พอแจจุงมาถึง การซ้อมจึงสามารถเริ่มต้นได้ อันที่จริงก่อนที่แจจุงจะมา คนอื่นๆก็ซ้อมในส่วนของตัวเองกันไปพลางๆก่อนแล้ว โกดังร้างแห่งนี้คือที่รวมตัวของสมาชิก street dance กลุ่มนี้ ซึ่งรวมๆแล้วก็มีประมาณ 13 คน และอันที่จริง ถึงที่นี่จะเป็นโกดังร้าง แต่เพราะกลุ่มของแจจุงยึดที่นี่เป็นฐานทัพไว้ใช้ซ้อม ใช้เล่น บางทีก็ใช้นอน โกดังที่ว่าร้างนี้จึงดูไม่ค่อยทรุดโทรมเท่าที่ควร แถมยังค่อนข้างน่าอยู่อีกต่างหาก
อันที่จริงแจจุงไม่ใช่ตัวหลักของทีมเต้น แต่แจจุงเป็นตัวดึงดูดของทีม เห็นหน้าตาบึ้งตึงและท่าทางร้ายกาจไม่ยอมลงให้ใครแบบนี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วมีคนคลั่งไคล้แจจุงเยอะมาก แจจุงเองก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้เต้นเก่งหรือดีเลิศเลออะไร แต่ถึงอย่างนั้นทีมเต้นนี้ก็ต้องการแจจุงไว้ดึงดูด เอาไว้ล่อตาล่อใจกรรมการ เอาไว้เรียกเสียงเชียร์ เอาไว้เป็นตัวดึงคะแนนโหวตในยามแข่งขัน ที่สำคัญ เวลาทีมคู่แข่งเจอแจจุงจ้อง รายไหนรายนั้น ทำอะไรไม่ถูกกันสักคน ซึ่งมันทำให้ทีมได้เปรียบ เพราะฉะนั้น ในด้านนิสัยแย่ๆและท่าทางไม่รับแขกของแจจุงเลยกลายเป็นเรื่องน่าเอ็นดูของคนในทีมไปแทน
“ฉันแอบไปสืบมา ปีนี้คู่แข่งเราน่ากลัวใช้ได้”
“พวกนั้นมีอะไรเจ๋งๆบ้างล่ะ?”
“เท่าที่เห็นก็มีท่าเต้นโลดโผนกันค่อนข้างเยอะ แต่พวกแอสเซสซารี่สืบยากมาก”
“ทีมไหนดูมาแรงที่สุด ตามความคิดนายน่ะเบนจามิน”
“ฉันว่า Black Hawk น่าจะมาแรงที่สุด พวกนายอย่าลืมว่าทีมนั้นมีไอ้ไทเลอร์ร่างยักษ์กับเชลซีที่แสนเซ็กซี่ แถมปีที่เราตอนที่ทีมเราชนะ ไอ้ทีมเหยี่ยวดำนี่ก็แค้นน่าดู”
ในขณะที่ทุกคนแจจุงนั่งควงปากกาฟังเพื่อนร่วมทีมหารือและวางกลยุทธ์ไปเงียบๆ แจจุงรู้ว่าทุกคนคาดหวังเรื่องชัยชนะกันเป็นอันมาก แต่เขาไม่ค่อยจะสนใจเรื่องพวกนี้ เขาไม่ได้เก่งกาจอะไรมากอยู่แล้ว แต่ที่มาร่วมทีมก็เพราะแจจุงแค่รู้สึกดีที่ได้เต้น ได้ทำอะไรแบบนี้ก็แค่นั้น
“ตกลงวันนี้จะแค่คุยกันใช่มั้ย?”
องค์ประชุมที่กำลังปรึกษากันอย่างจริงจังเคร่งเครียดหยุดชะงักลงแล้วหันมามองจอมขี้วีนประจำทีมเป็นสายตาเดียวกัน แจจุงลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหยิบแจ็กเก็ตหนังของตัวเองกลับมาสวม แล้วเดินออกจากฐานทัพของพวกเขาไปเงียบๆ ทำเพียงแค่โบกมือลาทิ้งท้ายแล้วเอ่ยลอยๆว่า
“ถ้าไม่ได้ซ้อมขอไปเดินเล่นวันฮาโลวีนหน่อยละกัน ซียู!”
อืม…พิลึกคน!
.
.
“ปาร์ตี้ฮาโลวีนห่าเหวอะไร น่าเบื่อชะมัด”
เดินเล่นวันฮาโลวีนอะไรนั่นเป็นเรื่องที่สุดแสนจะไร้สาระในความคิดของแจจุง เพราะเป็นคนขวางโลก แจจุงเลยมองว่าบรรดาความเชื่อเรื่องภูตผีปิศาจ วิญญาณ อะไรพวกนี้เป็นสิ่งไร้สาระ ไอ้พวกการแต่งตัวแฟนซีในวันฮาโลวีนยิ่งแล้วเข้าไปใหญ่ งี่เง่าสุดๆ
แจจุงกลับมาที่บ้าน อาบน้ำ กินข้าว แล้วนอนดูซีรีส์ไซไฟเล่นอย่างเบื่อๆ ทั้งๆที่คืนวันฮาโลวีนแบบนี้พวกเพื่อนๆเขาทั้งหลายคงออกไปปล่อยผี แต่งตัวบ้าๆแล้วไล่เคาะตามบ้านเพื่อพูดว่า “Trick or treat?” สุดท้ายก็จะไปจบที่ไนต์คลับดังๆของแมนฮัตตันที่วันนี้ก็พากันตกแต่งบรรยากาศเป็นแบบฮาโลวีนเหมือนๆกันไปหมดนั่นแหละ
“น่าจะมีป๊อบคอร์นสักหน่อย”
ก็เร็วเท่าๆกับที่คิด เขาลุกเดินไปในครัว ก่อนจะทำการเวฟป๊อบคอร์นอย่างเคยชินที่ต้องทำอะไรเอง บ้านทั้งหลังมีแค่แจจุงอยู่คนเดียว เพราะพ่อแม่ของคิมแจจุงมักต้องเดินทางไปทำงานหลายๆที่ ทิ้งลูกชายคนดีเอาไว้ให้ช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งแจจุงก็ไม่ค่อยแคร์อยู่แล้ว เขาไม่เดือดร้อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
แจจุงถอนหายใจแรงๆ ป๊อบคอร์นเพิ่งจะอุ่นเสร็จพร้อมรับประทาน แต่กลับมีมารผจญมาเคาะประตูบ้านขัดจังหวะ มือบางวางกระแทกถังป๊อบคอร์นลงบนโต๊ะหน้าทีวีแรงๆ ก่อนจะเดินตึงตังไปยังประตูบ้าน เข่นเคี่ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจว่าจะต้องไล่ตะเพิดพวกเด็กบ้าๆที่ชอบมาเคาะตามบ้านคนในวันฮาโลวีน
เดี๋ยวจะด่าให้ไม่กล้ามาเคาะเลย!
ประตูบ้านถูกเปิดออกเต็มแรงตามอารมณ์หงุดหงิดของเจ้าของบ้าน ใบหน้าหวานมุ่ยตุ่ยเต็มที่ เตรียมตัวจะพ่นคำสบถทันทีที่เปิด หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดเอาไว้กลับพลันหยุดชะงัก นัยน์ตากลมโตมองคนที่มาเคาะประตูบ้านตัวเองในวันฮาโลวีนตาปริบๆ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในเครื่องแต่งกายสีดำสนิททั้งตัวยืนรออยู่หน้าประตูอย่างสงบ ใบหน้าหล่อเหลานั่นเพียงจ้องมองแจจุงเงียบๆแล้วใช้สายตาคมคายคู่นั้นสะกดให้แจจุงไม่สามารถขยับตัวไปไหน
เขายืนนิ่ง เปลือกตาทั้งสองข้างเหมือนถูกแต่งแต้มด้วยสีดำสนิทเหมือนเครื่องแต่งกาย ถ้าเป็นคนอื่นแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้แจจุงคนตะโกนด่าว่าบ้าหรือไม่ก็ชูนิ้วกลางฟาดใส่หน้าไปแล้ว แต่พระเจ้าเถอะ! ผู้ชายคนนี้เท่มาก เขาหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ แถมยังดูอันตรายสุดๆ
แจจุงบอกไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่สามารถขยับตัวได้ เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังตะลึงแน่ๆ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ ไม่สิ! นี่มันเกินกว่าอาการตะลึงแล้ว ขาของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับที่เลยด้วยซ้ำ แล้วสาบานว่าเบื้องหลังของผู้ชายคนนี้ พายุกำลังก่อตัวอยู่อย่างบ้าคลั่ง
“คิมแจจุง…Trick…or…treat?”
ตั้งแต่วันนั้น…คิมแจจุงก็รู้ซึ้งถึงคำว่า “ซวย” เป็นครั้งแรกในชีวิต
.
.
Manhattan – before Halloween Day, 2011
“เมื่อไรจะเสร็จสักทีวะ!”
เสียงหวานสบถพึมทั้งๆที่มือของตัวเองยังไม่หยุดทำงาน ฟักทองลูกยักษ์ที่วางอยู่ตรงหน้าถูกมือบางแกะสลักอย่างขะมักเขม้นจนค่อยๆเห็นว่าเป็นหน้าตาตามแบบ Jack o’ lantern ทีละน้อยๆ รอบๆร่างของแจจุงเต็มไปด้วยฟักทองยักษ์มากมายหลายลูกตั้งเรียงกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผ่านการแกะสลักมาเรียบร้อยหมดแล้ว
สายลมเย็นเยียบพัดผ่านมาวูบหนึ่ง หากแต่แจจุงที่กำลังทำงานของตัวเองอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจกลับไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกตินั้น ร่างบางๆที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการฟักทองลูกยักษ์อยู่จึงต้องสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อสัมผัสบางอย่างไล้เลียลากผ่านผิวแก้มของตนไป
“นะ…นาย!”
“เด็กดี…ตั้งใจทำงานจริงๆด้วยสินะ…”
“ก็เพราะใครกันล่ะ…”
แจจุงบ่นอุบ ทำหน้าตาไม่พออกไม่พอใจ อมลมจนแก้มทั้งสองข้างป่องออก แต่เขาไม่สามารถซ่อนริ้วแดงระเรื่อที่พาดผ่านผิวแก้มของตัวเองได้ และยังไม่อาจซ่อนนัยน์ตาเป็นประกายสดใสตรงข้ามกับท่าทางที่ทำเป็นโมโหโทโสนั่นเหลือเกิน
“อืม…แจจุง…คิมแจจุง…”
แจจุงกำลังสั่นสะท้านไปทั้งตัว มีดแกะสลักในมือเองก็กำลังสั่นสะท้านไปตามร่างกายด้วยเช่นกัน ความร้อนที่ลากไล่ไปทั่วผิวกายกำลังถูกชักนำโดยคนที่กำลังโอบตัวเขาอยู่ข้างหลัง เรียวลิ้นร้อนและริมฝีปากที่ร้อนรุ่มราวกับไฟกำลังเผาไหม้แจจุงไปทั่วทั้งร่าง
ใช่แล้ว ตั้งแต่วันฮาโลวีนปีที่แล้ว ตั้งแต่คำถามที่ดังมาจากชายชุดดำผู้แสนลึกลับว่า “Trick or Treat?” คิมแจจุงก็เริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองกำลังซวยสุดๆ
โอเค เดี๋ยวจะสาธยายให้ฟังว่าความซวยของแจจุงมันเป็นยังไง
1.คิมแจจุงต้องทำงาน ย้ำว่าทำงานเพื่อรับใช้ส่วนรวมในทุกๆเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น คริสต์มาส วาเลนไทน์ อีสเตอร์ ฮาโลวีน และอีกมากมาย เขาก็ต้องทำ ต้องมีส่วนร่วม และต้องไม่เปิดเผยว่าเขาเป็นคนสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้น เหมือนอย่างตอนนี้ พอใกล้ฮาโลวีน แจจุงก็ต้องจัดเตรียมแจ็คโอแลนเทิร์นเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปช่วยประดับเมือง พอเห็นภาพใช่มั้ย?
2.คิมแจจุงไม่สามารถกลับเข้าร่วมทีม street dance ของตัวเองได้อีกต่อไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง แจจุงถูกคัดออกจากกลุ่มแบบไร้ที่มาที่ไป ทีมของเขามากราบกรานอ้อนวอนให้แจจุงเลิกเต้นด้วยน้ำตานองหน้า แจจุงรู้ดีว่าคนพวกนั้นไม่ได้อยากให้เขาออกจากทีมเลยสักนิด เพราะการไม่มีคิมแจจุงร่วมทีมก็เท่ากับแพ้ 99.99% แต่ด้วยเหตุผลลึกลับอย่างที่บอกไปนั่นแหละ เขาต้องออกจากทีม นั่งๆนอนๆอยู่บ้าน ใช้ชีวิตเรียบง่ายโคตรๆแทน
และข้อสุดท้าย…อันที่จริง แจจุงไม่แน่ใจว่ามันควรรวมเข้าไปในเรื่องซวยๆของเขารึเปล่า และไม่แน่ใจว่าไอ้คำว่าชีวิตเรียบง่ายโคตรๆมันจะใช่หรือไม่ เพราะ…
“อ่ะ…อ๊า…มะ…ไม่ ตรงนั้น…”
“อ่า…แจจุง…คิมแจจุง…”
ร่างบอบบางถูกวางทอดลงบนพื้นเตียงนุ่ม ผิวกายขาวผ่องที่ประพรมไปด้วยหยาดเหงื่อ แจจุงหอบหนัก เสียงหวานหวีดร้องออกมาด้วยความทรมานที่แสนสุขสมเป็นห้วงๆ ใช่แล้ว…นี่คือความซวยอีกเรื่องของคิมแจจุง
“แจจุง…trick or treat…?”
นัยน์ตาคมจ้องมอง เขาคนนี้ยังคงทาเปลือกตาของตัวเองด้วยสีดำสนิทเฉกเช่นวันแรกที่เจอกัน เขายังคงมีใบหน้าหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันแสนร้ายกาจ หากแต่ร่างกายที่ควรปิดบังไว้ภายใต้เสื้อผ้าสีดำสนิทของเจ้าตัวกลับเปลือยเปล่า…เช่นเดียวกับแจจุง…
“ยะ…ยังไม่ถึงฮาโลวีนเลยนะ…”
“แต่ก็อยู่ในช่วงเทศกาลแล้วน่า…”
“ฮ่ะ…โอ๊ะ! อ๊า….ทริค…ไม่! ขอทั้งทริคและทรีทเลย…”
แจจุงตาพร่า เขาเห็นชายหนุ่มผู้นี้ยกยิ้มมาให้อย่างร้อนแรงแล้วก็ได้แต่กรีดร้องและคร่ำครวญในใจราวกับคนบ้า ในวันฮาโลวีนปีที่แล้ว แจจุงเลือกจะบอกว่าทริค…นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เขาต้องทำงานรับใช้สังคม พร้อมๆกับที่ต้องรับใช้คนผู้นี้
อืม…ไม่ใช่คนสินะ…
ต้องบอกว่ายมทูตต่างหาก
ในบางครั้งที่แจจุงนอนทอดกายรับใช้ยมทูตผู้นี้อย่างเต็มใจ เขามักจะโดนจู่โจมด้วยคำถามเดิมๆเหมือนในวันแรกที่ได้เจอกัน หากตอบทริค…แจจุงจะถูกทรมานกลั่นแกล้งก่อนบ้างเล็กๆน้อย…ก่อนจะถูกเติมเต็มจนแทบสำลักความสุขตาย แต่หากตอบทรีท…ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปรนเปรอให้แจจุงสุขจนแทบคลั่งเสมอ ซึ่งแจจุงเองก็แยกไม่ได้เหมือนกันว่ามันเป็นความซวยของเขาจริงๆรึเปล่า
“อา…ยุนโฮ…ไม่ๆ อ๊า!!”
“trick…and…treat…ตามคำขอไงแจจุง…”
โคมไฟแจ็คโอแลนเทิร์นที่ตั้งเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบรอบๆตัวพวกเขาทั้งสองส่องสว่างขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงเมื่อยุนโฮทำให้ดวงไฟในห้องปิดลง แม้จะกำลังโดนกลั่นแกล้ง แต่แจจุงก็รู้ว่าในไม่ช้าเขาจะสุขสมตามที่ใจเขาปรารถนา เหมือนดั่งเช่นที่เขารู้ว่ายมทูตชองยุนโฮตนนี้จะไม่ไปไหน และจะมาปรากฏกายอยู่ข้างแจจุงไปทุกวัน…ตลอดไป
แล้วคุณล่ะ…Trick or Treat?

-FIN-
Ψ Trick or Treat Ψ
rainie_raindrops Talk
สวัสดีค่า…โค้งงามๆรอบสี่ทิศ
ไม่ได้ลงฟิคนานเลยเนาะ ไม่รู้จะมีใครจำได้รึเปล่า
ฟิคเรื่องนี้มันชั่ววูบค่ะ ชั่ววูบมากๆ
แต่งๆไปรู้สึกว่าทำไมสนิมมันขึ้น ฟิคมันกากไปป่าว? ฮ่าๆ
แต่ก็จะลงง่ะ *ทำหน้ามึน*
ขอบคุณพช.ที่ฝาก พฮร. ชวนเรามาร่วมลงฟิควันฮาโลวีน
คิดไปคิดมาแป๋มไม่ได้ลงฟิคมาจะครบปีแล้วนะเนี่ย เกเรเนอะ = =
มีเรื่องจะฝากนิดหน่อยนะคะ
1. Love Project อาจต้องเลื่อนนัดรับและจัดส่ง ปณ. เพราะน้ำท่วมและยังไม่รู้มันจะลดเมื่อไร
2. Just The Way You Are จะรีบจัดส่งทันทีหลังน้ำลดเช่นกัน T^T
ขอบคุณค่า ขอให้น้ำลดเร็วๆ สาธุๆๆ
ปล. Happy Halloween นะคะทุกคนนนนนนนนนนนนนน
Title: [SF] Ψ Trick or Treat Ψ
Author: rainie_raindrops
Pairing: Yunho x Jaejoong

Trick or Treat…
เพราะไอ้ประโยคงี่เง่านี่แท้ๆ ถึงทำให้ผมต้องซวยแบบนี้
.
.
Manhattan – Halloween Day, 2010
อากาศในช่วงปลายเดือนตุลาคมค่อนข้างจะเย็น ด้วยเพราะเป็นช่วงที่ฤดูหนาวกำลังจะเข้ามาเยี่ยมเยือน ร่างบอบบางในชุดแต่งกายค่อนข้างมิดชิดหยุดยืนมองหยาดฝนที่อยู่ๆก็เทลงมาแบบไม่ตั้งเนื้อตั้งตัวด้วยใบหน้าเซ็งๆ ก่อนจะกระโดดหนีหยาดน้ำที่สาดกระเซ็นมาจากการที่รถของวัยรุ่นแถวๆนั้นขับปาดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
คนตัวบางสะบัดเรียวขาของตัวเอง ไม่สิ – ต้องบอกว่าสะบัดปลายเท้าตัวเองแรงอย่างฮึดฮัดขัดใจ นัยน์ตากลมโตก้มลงมองด็อคเตอร์ มาร์ตินสีแดงของตัวเองที่โดนน้ำคร่ำข้างทางสาดกระเซ็นใส่แล้วยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
จริงๆคิมแจจุงก็หงุดหงิดทุกอย่างบนโลกอยู่แล้ว!
ยิ่งมองเห็นไอ้บรรดาฟักทองลูกยักษ์ที่ถูกแกะไว้เป็นหน้าคนเพื่อทำเป็นโคมไฟ ที่เค้าเรียกกันว่า ‘Jack-o’-lantern’ เรียงรายอยู่ตามข้างทางเพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน แจจุงก็ยิ่งหงุดหงิด ถึงจะเรียกให้สวยหรูซาบซ่ายังไง แจจุงก็มองว่ามันเป็นแค่หัวฟักทองผีอยู่วันยันค่ำน่ะแหละ
ปลายรองเท้าด็อคเตอร์ มาร์ตินสีแดงยกขึ้นถีบแจ็ค โอ’แลนเทิร์นลูกใกล้ตัวเบาๆ ก่อนที่ฟักทองที่ถูกแกะสลักเป็นหน้าตาของแจ็คจอมตืดตามตำนานโบร่ำโบราณนั้นจะกลิ้งคว่ำไปบนถนนอย่างไร้ทิศทาง ริมฝีปากแดงระเรื่อยิ้มร้าย ก่อนจะก้าวเดินต่อไปด้วยท่าทางไม่สนใจสิ่งใด
ซึ่งถ้าแจจุงจะสนใจสักนิด เขาคงจะได้เห็นว่ามีชายหนุ่มในชุดแต่งกายสีดำสนิทยืนมองการกระทำเหล่านั้นของแจจุงด้วยสายตาตำหนิ แต่นั่นแหละ…บางที…ถึงแม้ว่าแจจุงจะสนใจ แจจุงก็อาจจะมองไม่เห็นชายหนุ่มผู้นี้อยู่ดี
“ทำไมมาสายจังวะ?”
ทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในห้อง…อืม…ควรเรียกมันว่าโกดังร้างจะเหมาะกว่า เสียงทักมาจากมิคกี้ หรือ ปาร์คยูชอน เพื่อนสนิทที่เห็นมันมาตั้งแต่จำความได้ก็ทักขึ้นมาดังๆเล่นเอาแจจุงรู้สึกหงุดหงิดอีกรอบ ผู้มาใหม่ถอดแจ็กเก็ตหนังของตัวเองออก ก่อนจะปามันใส่หน้าเพื่อนสนิทเต็มแรงแบบไม่มีกั๊ก ก่อนจะเดินไปยังตู้เย็นแล้วหยิบน้ำออกมาซดลงคออย่างไม่สนใจเพื่อนที่ยืนมองตาปริบๆ
“ทำเป็นอารมณ์เสีย ทำเป็นมีน้ำโห ทำเป็นหงุดหงิด ชิชะ ชิชะ ชิชะ!”
“หุบปากไปเลยไอ้มิคกี้เม้าส์!”
“เออๆ แม่ง ถามจริงไปกินรังแตนที่ไหนมา กูเลยซวยไง โดนซัดมาเต็มๆ”
ยูชอนบ่น แต่เล่นเอาคนอื่นๆที่นั่งกันอยู่ในโกดังร้างแห่งนี้ฮาครืน เพราะการที่แจจุงจะทำหน้าบึ้งตึงและดูอารมณ์เสียตลอดเวลามันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และยิ่งไปกว่านั้นก็คือคนที่ซวยรองรับอารมณ์ของแจจุงทั้งขึ้นทั้งล่องก็คือปาร์คยูชอนที่เป็นเพื่อนสนิทกันของเจ้าตัวเองนั่นแหละ
พอแจจุงมาถึง การซ้อมจึงสามารถเริ่มต้นได้ อันที่จริงก่อนที่แจจุงจะมา คนอื่นๆก็ซ้อมในส่วนของตัวเองกันไปพลางๆก่อนแล้ว โกดังร้างแห่งนี้คือที่รวมตัวของสมาชิก street dance กลุ่มนี้ ซึ่งรวมๆแล้วก็มีประมาณ 13 คน และอันที่จริง ถึงที่นี่จะเป็นโกดังร้าง แต่เพราะกลุ่มของแจจุงยึดที่นี่เป็นฐานทัพไว้ใช้ซ้อม ใช้เล่น บางทีก็ใช้นอน โกดังที่ว่าร้างนี้จึงดูไม่ค่อยทรุดโทรมเท่าที่ควร แถมยังค่อนข้างน่าอยู่อีกต่างหาก
อันที่จริงแจจุงไม่ใช่ตัวหลักของทีมเต้น แต่แจจุงเป็นตัวดึงดูดของทีม เห็นหน้าตาบึ้งตึงและท่าทางร้ายกาจไม่ยอมลงให้ใครแบบนี้ แต่เอาเข้าจริงแล้วมีคนคลั่งไคล้แจจุงเยอะมาก แจจุงเองก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้เต้นเก่งหรือดีเลิศเลออะไร แต่ถึงอย่างนั้นทีมเต้นนี้ก็ต้องการแจจุงไว้ดึงดูด เอาไว้ล่อตาล่อใจกรรมการ เอาไว้เรียกเสียงเชียร์ เอาไว้เป็นตัวดึงคะแนนโหวตในยามแข่งขัน ที่สำคัญ เวลาทีมคู่แข่งเจอแจจุงจ้อง รายไหนรายนั้น ทำอะไรไม่ถูกกันสักคน ซึ่งมันทำให้ทีมได้เปรียบ เพราะฉะนั้น ในด้านนิสัยแย่ๆและท่าทางไม่รับแขกของแจจุงเลยกลายเป็นเรื่องน่าเอ็นดูของคนในทีมไปแทน
“ฉันแอบไปสืบมา ปีนี้คู่แข่งเราน่ากลัวใช้ได้”
“พวกนั้นมีอะไรเจ๋งๆบ้างล่ะ?”
“เท่าที่เห็นก็มีท่าเต้นโลดโผนกันค่อนข้างเยอะ แต่พวกแอสเซสซารี่สืบยากมาก”
“ทีมไหนดูมาแรงที่สุด ตามความคิดนายน่ะเบนจามิน”
“ฉันว่า Black Hawk น่าจะมาแรงที่สุด พวกนายอย่าลืมว่าทีมนั้นมีไอ้ไทเลอร์ร่างยักษ์กับเชลซีที่แสนเซ็กซี่ แถมปีที่เราตอนที่ทีมเราชนะ ไอ้ทีมเหยี่ยวดำนี่ก็แค้นน่าดู”
ในขณะที่ทุกคนแจจุงนั่งควงปากกาฟังเพื่อนร่วมทีมหารือและวางกลยุทธ์ไปเงียบๆ แจจุงรู้ว่าทุกคนคาดหวังเรื่องชัยชนะกันเป็นอันมาก แต่เขาไม่ค่อยจะสนใจเรื่องพวกนี้ เขาไม่ได้เก่งกาจอะไรมากอยู่แล้ว แต่ที่มาร่วมทีมก็เพราะแจจุงแค่รู้สึกดีที่ได้เต้น ได้ทำอะไรแบบนี้ก็แค่นั้น
“ตกลงวันนี้จะแค่คุยกันใช่มั้ย?”
องค์ประชุมที่กำลังปรึกษากันอย่างจริงจังเคร่งเครียดหยุดชะงักลงแล้วหันมามองจอมขี้วีนประจำทีมเป็นสายตาเดียวกัน แจจุงลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปหยิบแจ็กเก็ตหนังของตัวเองกลับมาสวม แล้วเดินออกจากฐานทัพของพวกเขาไปเงียบๆ ทำเพียงแค่โบกมือลาทิ้งท้ายแล้วเอ่ยลอยๆว่า
“ถ้าไม่ได้ซ้อมขอไปเดินเล่นวันฮาโลวีนหน่อยละกัน ซียู!”
อืม…พิลึกคน!
.
.
“ปาร์ตี้ฮาโลวีนห่าเหวอะไร น่าเบื่อชะมัด”
เดินเล่นวันฮาโลวีนอะไรนั่นเป็นเรื่องที่สุดแสนจะไร้สาระในความคิดของแจจุง เพราะเป็นคนขวางโลก แจจุงเลยมองว่าบรรดาความเชื่อเรื่องภูตผีปิศาจ วิญญาณ อะไรพวกนี้เป็นสิ่งไร้สาระ ไอ้พวกการแต่งตัวแฟนซีในวันฮาโลวีนยิ่งแล้วเข้าไปใหญ่ งี่เง่าสุดๆ
แจจุงกลับมาที่บ้าน อาบน้ำ กินข้าว แล้วนอนดูซีรีส์ไซไฟเล่นอย่างเบื่อๆ ทั้งๆที่คืนวันฮาโลวีนแบบนี้พวกเพื่อนๆเขาทั้งหลายคงออกไปปล่อยผี แต่งตัวบ้าๆแล้วไล่เคาะตามบ้านเพื่อพูดว่า “Trick or treat?” สุดท้ายก็จะไปจบที่ไนต์คลับดังๆของแมนฮัตตันที่วันนี้ก็พากันตกแต่งบรรยากาศเป็นแบบฮาโลวีนเหมือนๆกันไปหมดนั่นแหละ
“น่าจะมีป๊อบคอร์นสักหน่อย”
ก็เร็วเท่าๆกับที่คิด เขาลุกเดินไปในครัว ก่อนจะทำการเวฟป๊อบคอร์นอย่างเคยชินที่ต้องทำอะไรเอง บ้านทั้งหลังมีแค่แจจุงอยู่คนเดียว เพราะพ่อแม่ของคิมแจจุงมักต้องเดินทางไปทำงานหลายๆที่ ทิ้งลูกชายคนดีเอาไว้ให้ช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งแจจุงก็ไม่ค่อยแคร์อยู่แล้ว เขาไม่เดือดร้อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
แจจุงถอนหายใจแรงๆ ป๊อบคอร์นเพิ่งจะอุ่นเสร็จพร้อมรับประทาน แต่กลับมีมารผจญมาเคาะประตูบ้านขัดจังหวะ มือบางวางกระแทกถังป๊อบคอร์นลงบนโต๊ะหน้าทีวีแรงๆ ก่อนจะเดินตึงตังไปยังประตูบ้าน เข่นเคี่ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจว่าจะต้องไล่ตะเพิดพวกเด็กบ้าๆที่ชอบมาเคาะตามบ้านคนในวันฮาโลวีน
เดี๋ยวจะด่าให้ไม่กล้ามาเคาะเลย!
ประตูบ้านถูกเปิดออกเต็มแรงตามอารมณ์หงุดหงิดของเจ้าของบ้าน ใบหน้าหวานมุ่ยตุ่ยเต็มที่ เตรียมตัวจะพ่นคำสบถทันทีที่เปิด หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดเอาไว้กลับพลันหยุดชะงัก นัยน์ตากลมโตมองคนที่มาเคาะประตูบ้านตัวเองในวันฮาโลวีนตาปริบๆ
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในเครื่องแต่งกายสีดำสนิททั้งตัวยืนรออยู่หน้าประตูอย่างสงบ ใบหน้าหล่อเหลานั่นเพียงจ้องมองแจจุงเงียบๆแล้วใช้สายตาคมคายคู่นั้นสะกดให้แจจุงไม่สามารถขยับตัวไปไหน
เขายืนนิ่ง เปลือกตาทั้งสองข้างเหมือนถูกแต่งแต้มด้วยสีดำสนิทเหมือนเครื่องแต่งกาย ถ้าเป็นคนอื่นแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้แจจุงคนตะโกนด่าว่าบ้าหรือไม่ก็ชูนิ้วกลางฟาดใส่หน้าไปแล้ว แต่พระเจ้าเถอะ! ผู้ชายคนนี้เท่มาก เขาหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ แถมยังดูอันตรายสุดๆ
แจจุงบอกไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่สามารถขยับตัวได้ เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังตะลึงแน่ๆ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ ไม่สิ! นี่มันเกินกว่าอาการตะลึงแล้ว ขาของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับที่เลยด้วยซ้ำ แล้วสาบานว่าเบื้องหลังของผู้ชายคนนี้ พายุกำลังก่อตัวอยู่อย่างบ้าคลั่ง
“คิมแจจุง…Trick…or…treat?”
ตั้งแต่วันนั้น…คิมแจจุงก็รู้ซึ้งถึงคำว่า “ซวย” เป็นครั้งแรกในชีวิต
.
.
Manhattan – before Halloween Day, 2011
“เมื่อไรจะเสร็จสักทีวะ!”
เสียงหวานสบถพึมทั้งๆที่มือของตัวเองยังไม่หยุดทำงาน ฟักทองลูกยักษ์ที่วางอยู่ตรงหน้าถูกมือบางแกะสลักอย่างขะมักเขม้นจนค่อยๆเห็นว่าเป็นหน้าตาตามแบบ Jack o’ lantern ทีละน้อยๆ รอบๆร่างของแจจุงเต็มไปด้วยฟักทองยักษ์มากมายหลายลูกตั้งเรียงกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผ่านการแกะสลักมาเรียบร้อยหมดแล้ว
สายลมเย็นเยียบพัดผ่านมาวูบหนึ่ง หากแต่แจจุงที่กำลังทำงานของตัวเองอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจกลับไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกตินั้น ร่างบางๆที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการฟักทองลูกยักษ์อยู่จึงต้องสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อสัมผัสบางอย่างไล้เลียลากผ่านผิวแก้มของตนไป
“นะ…นาย!”
“เด็กดี…ตั้งใจทำงานจริงๆด้วยสินะ…”
“ก็เพราะใครกันล่ะ…”
แจจุงบ่นอุบ ทำหน้าตาไม่พออกไม่พอใจ อมลมจนแก้มทั้งสองข้างป่องออก แต่เขาไม่สามารถซ่อนริ้วแดงระเรื่อที่พาดผ่านผิวแก้มของตัวเองได้ และยังไม่อาจซ่อนนัยน์ตาเป็นประกายสดใสตรงข้ามกับท่าทางที่ทำเป็นโมโหโทโสนั่นเหลือเกิน
“อืม…แจจุง…คิมแจจุง…”
แจจุงกำลังสั่นสะท้านไปทั้งตัว มีดแกะสลักในมือเองก็กำลังสั่นสะท้านไปตามร่างกายด้วยเช่นกัน ความร้อนที่ลากไล่ไปทั่วผิวกายกำลังถูกชักนำโดยคนที่กำลังโอบตัวเขาอยู่ข้างหลัง เรียวลิ้นร้อนและริมฝีปากที่ร้อนรุ่มราวกับไฟกำลังเผาไหม้แจจุงไปทั่วทั้งร่าง
ใช่แล้ว ตั้งแต่วันฮาโลวีนปีที่แล้ว ตั้งแต่คำถามที่ดังมาจากชายชุดดำผู้แสนลึกลับว่า “Trick or Treat?” คิมแจจุงก็เริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองกำลังซวยสุดๆ
โอเค เดี๋ยวจะสาธยายให้ฟังว่าความซวยของแจจุงมันเป็นยังไง
1.คิมแจจุงต้องทำงาน ย้ำว่าทำงานเพื่อรับใช้ส่วนรวมในทุกๆเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น คริสต์มาส วาเลนไทน์ อีสเตอร์ ฮาโลวีน และอีกมากมาย เขาก็ต้องทำ ต้องมีส่วนร่วม และต้องไม่เปิดเผยว่าเขาเป็นคนสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้น เหมือนอย่างตอนนี้ พอใกล้ฮาโลวีน แจจุงก็ต้องจัดเตรียมแจ็คโอแลนเทิร์นเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปช่วยประดับเมือง พอเห็นภาพใช่มั้ย?
2.คิมแจจุงไม่สามารถกลับเข้าร่วมทีม street dance ของตัวเองได้อีกต่อไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง แจจุงถูกคัดออกจากกลุ่มแบบไร้ที่มาที่ไป ทีมของเขามากราบกรานอ้อนวอนให้แจจุงเลิกเต้นด้วยน้ำตานองหน้า แจจุงรู้ดีว่าคนพวกนั้นไม่ได้อยากให้เขาออกจากทีมเลยสักนิด เพราะการไม่มีคิมแจจุงร่วมทีมก็เท่ากับแพ้ 99.99% แต่ด้วยเหตุผลลึกลับอย่างที่บอกไปนั่นแหละ เขาต้องออกจากทีม นั่งๆนอนๆอยู่บ้าน ใช้ชีวิตเรียบง่ายโคตรๆแทน
และข้อสุดท้าย…อันที่จริง แจจุงไม่แน่ใจว่ามันควรรวมเข้าไปในเรื่องซวยๆของเขารึเปล่า และไม่แน่ใจว่าไอ้คำว่าชีวิตเรียบง่ายโคตรๆมันจะใช่หรือไม่ เพราะ…
“อ่ะ…อ๊า…มะ…ไม่ ตรงนั้น…”
“อ่า…แจจุง…คิมแจจุง…”
ร่างบอบบางถูกวางทอดลงบนพื้นเตียงนุ่ม ผิวกายขาวผ่องที่ประพรมไปด้วยหยาดเหงื่อ แจจุงหอบหนัก เสียงหวานหวีดร้องออกมาด้วยความทรมานที่แสนสุขสมเป็นห้วงๆ ใช่แล้ว…นี่คือความซวยอีกเรื่องของคิมแจจุง
“แจจุง…trick or treat…?”
นัยน์ตาคมจ้องมอง เขาคนนี้ยังคงทาเปลือกตาของตัวเองด้วยสีดำสนิทเฉกเช่นวันแรกที่เจอกัน เขายังคงมีใบหน้าหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันแสนร้ายกาจ หากแต่ร่างกายที่ควรปิดบังไว้ภายใต้เสื้อผ้าสีดำสนิทของเจ้าตัวกลับเปลือยเปล่า…เช่นเดียวกับแจจุง…
“ยะ…ยังไม่ถึงฮาโลวีนเลยนะ…”
“แต่ก็อยู่ในช่วงเทศกาลแล้วน่า…”
“ฮ่ะ…โอ๊ะ! อ๊า….ทริค…ไม่! ขอทั้งทริคและทรีทเลย…”
แจจุงตาพร่า เขาเห็นชายหนุ่มผู้นี้ยกยิ้มมาให้อย่างร้อนแรงแล้วก็ได้แต่กรีดร้องและคร่ำครวญในใจราวกับคนบ้า ในวันฮาโลวีนปีที่แล้ว แจจุงเลือกจะบอกว่าทริค…นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เขาต้องทำงานรับใช้สังคม พร้อมๆกับที่ต้องรับใช้คนผู้นี้
อืม…ไม่ใช่คนสินะ…
ต้องบอกว่ายมทูตต่างหาก
ในบางครั้งที่แจจุงนอนทอดกายรับใช้ยมทูตผู้นี้อย่างเต็มใจ เขามักจะโดนจู่โจมด้วยคำถามเดิมๆเหมือนในวันแรกที่ได้เจอกัน หากตอบทริค…แจจุงจะถูกทรมานกลั่นแกล้งก่อนบ้างเล็กๆน้อย…ก่อนจะถูกเติมเต็มจนแทบสำลักความสุขตาย แต่หากตอบทรีท…ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปรนเปรอให้แจจุงสุขจนแทบคลั่งเสมอ ซึ่งแจจุงเองก็แยกไม่ได้เหมือนกันว่ามันเป็นความซวยของเขาจริงๆรึเปล่า
“อา…ยุนโฮ…ไม่ๆ อ๊า!!”
“trick…and…treat…ตามคำขอไงแจจุง…”
โคมไฟแจ็คโอแลนเทิร์นที่ตั้งเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบรอบๆตัวพวกเขาทั้งสองส่องสว่างขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงเมื่อยุนโฮทำให้ดวงไฟในห้องปิดลง แม้จะกำลังโดนกลั่นแกล้ง แต่แจจุงก็รู้ว่าในไม่ช้าเขาจะสุขสมตามที่ใจเขาปรารถนา เหมือนดั่งเช่นที่เขารู้ว่ายมทูตชองยุนโฮตนนี้จะไม่ไปไหน และจะมาปรากฏกายอยู่ข้างแจจุงไปทุกวัน…ตลอดไป
แล้วคุณล่ะ…Trick or Treat?

-FIN-
Ψ Trick or Treat Ψ
rainie_raindrops Talk
สวัสดีค่า…โค้งงามๆรอบสี่ทิศ
ไม่ได้ลงฟิคนานเลยเนาะ ไม่รู้จะมีใครจำได้รึเปล่า
ฟิคเรื่องนี้มันชั่ววูบค่ะ ชั่ววูบมากๆ
แต่งๆไปรู้สึกว่าทำไมสนิมมันขึ้น ฟิคมันกากไปป่าว? ฮ่าๆ
แต่ก็จะลงง่ะ *ทำหน้ามึน*
ขอบคุณพช.ที่ฝาก พฮร. ชวนเรามาร่วมลงฟิควันฮาโลวีน
คิดไปคิดมาแป๋มไม่ได้ลงฟิคมาจะครบปีแล้วนะเนี่ย เกเรเนอะ = =
มีเรื่องจะฝากนิดหน่อยนะคะ
1. Love Project อาจต้องเลื่อนนัดรับและจัดส่ง ปณ. เพราะน้ำท่วมและยังไม่รู้มันจะลดเมื่อไร
2. Just The Way You Are จะรีบจัดส่งทันทีหลังน้ำลดเช่นกัน T^T
ขอบคุณค่า ขอให้น้ำลดเร็วๆ สาธุๆๆ
ปล. Happy Halloween นะคะทุกคนนนนนนนนนนนนนน